กองทหารอาสาสมัครฝรั่งเศส
กองทหารอาสาสมัครฝรั่งเศส เกิดขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
ซึ่งตรงกับรัชสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส เป็นยุคที่ไทยรุ่งเรืองในหลายด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจและศิลปวิทยา ไทยได้ทำการค้ากับต่างประเทศเป็นอันมาก จนเกิดกรณีพิพาทกับฮอลันดา เมื่อปี พ.ศ. 2207 และมีกรณีพิพาทกับบริษัทอังกฤษ มีการรบพุ่งกันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2230 โดยอังกฤษได้รื้อป้อมที่เมืองมะริด ซึ่งเป็นของไทย และแย่งเรือกำปั่นของไทย
ที่เมืองมะริดไปหนึ่งลำ พระยาตะนาวศรี ซึ่งเป็นฝ่ายไทยได้ยกทัพลงมาจากเมืองตะนาวศรี เข้าโจมตีพวกอังกฤษที่อยู่ที่เมืองมะริด ฆ่าฟันพวกอังกฤษล้มตายเป็นอันมาก ไทยยึดป้อมมะริดคืนมาได้ และยึดเรือรบอังกฤษไว้ได้ 1 ลำ พวกอังกฤษที่เหลือได้ลงเรือรบที่เหลืออยู่อีก 2 ลำหนีไปได้ เมื่อพระยาตะนาวศรีกราบทูลแจ้งเหตุการณ์เข้ามายังกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้มีพระราชกฤษฎีกา ประกาศสงครามกับบริษัทอังกฤษ เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2230 ไทยกับอังกฤษจึงเป็นศัตรูกันมาตลอดรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
ในระหว่างนั้นไทยกับฝรั่งเศส มีความสัมพันธ์ทางพระราชไมตรีกันอย่างแน่นแฟ้น มีการส่งราชทูตไปมา
ระหว่างกันหลายครั้ง พระเจ้าหลุยที่ 14 ได้เคยส่งชาวฝรั่งเศสมาเป็นครูฝึกทหารไทยแบบยุโรป 1 นาย คือ เชอวาลิเอ เดอฟอร์แบ็ง ซึ่งต่อมาได้รับบรรดาศักดิ์เป็น ออกพระศักดิ์สงคราม สมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีพระราชประสงค์จะจัดทหารแบบยุโรป เพื่อไว้ต่อต้านการคุกคามของฮอลันดาและอังกฤษ จึงเห็นว่าครูฝึกเพียง 1 คนไม่เพียงพอ พระเจ้าหลุยที่ 14 จึงได้ส่งกองทหารอาสาสมัครฝรั่งเศส จำนวน 1,400 คน ในบังคับบัญชาของนายพล เดส์ฟาซ มายังไทย และให้รับราชการในสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
กรมอาสาสมัครของฝรั่งเศสหน่วยนี้ ไม่เป็นที่ไว้วางใจของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของไทย จนต้องมีการวางมาตรการควบคุม และทำสัญญาให้เดินทางกลับฝรั่งเศส เมื่อสิ้นรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระเพทราชาเมื่อขึ้นครองราชสมบัติต่อมา ไม่ต้องการกองอาสาสมัครหน่วยนี้
ตั้งแต่กรมอาสาสมัครฝรั่งเศสมารับราชการอยู่ในประเทศไทย ทำให้ไทยเป็นที่เกรงขามของชาวยุโรปชาติอื่นๆ โดยเฉพาะฮอลันดา และอังกฤษ ซึ่งไม่กล้าก่อความยุ่งยากแก่ไทยอีกเลย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น